Electoral vote

Electoral vote หลายคนก็คงจะงงว่ามันคืออะไร แต่วันนี้เราจะพาทุกท่านมาเรียนรู้เกี่ยวกับมัน คือต้องบอกก่อนว่ามันเป็นระบบการเลือกตั้งของอเมริกานั้นเอง ซึ่งเอาง่ายๆว่าได้มีการออกกฎเกณฑ์เพื่อใช้ในการเลือกตั้งจะได้ไม่วุ่นวายสักเท่าไหร่นัก เพราะว่ามันน่าสนใจและสามารถระบุการลงคะแนน และนำคะแนนได้เป็นอย่างดีซึ่งแต่ละประเทศก็มีความแตกต่างกันออกไป ดังนั้นเดี๋ยววันนี้เราจะพามาดูในรูปแบบของอเมริกากันจะเรียกว่าเป็นเกร็ดความรู้เล็กๆน้อยๆ ของการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐก็ว่าได้คือต้องบอกก่อนเลยว่า มันเป็นกระบวนการในการเลือกตั้งซึ่งจะต้องมีคนมาเลือกคะแนนคือเอาง่ายๆ ว่ามีคนมาโหวตให้คณะผู้เลือกตั้งตามสถานที่ต่างๆ ของรัฐก็มีความคล้ายของไทยซึ่งของอเมริกาใช้ประมาณ 270 เสียงจากจำนวนทั้งหมด 538 เสียง

ด้วยความที่แต่ละรัฐของอเมริกานั้นมีปลั๊กจำนวนประชากรที่แตกต่างกันออกไปจากนั้น มันก็ขึ้นอยู่กับจำนวนประชากรของแต่ละรัฐด้วยเอาง่ายๆ ว่าสมาชิกวุฒิสภาในแต่ละรัฐนั้นจะมีได้แค่ละ 2 คนเท่านั้น และโดยส่วนใหญ่ แล้วมันเป็นการคัดเลือกในเบื้องต้นเท่านั้น เพราะจริงๆแล้วจะมีการใช้กฎ Winner Take all ซึ่งต้องบอกเลยว่ามันเป็นวิธีการคัดเลือกจากผู้สมัครอีกที เพื่อเป็นประธานาธิบดีนั่นคือคะแนนเสียงที่ถูกเรียกว่า popular vote ซึ่งเป็นคะแนนที่มาจากประชาชนของรัฐนั่นเอง แต่ขอบอกก่อนว่าจะต้องมีจำนวนมากกว่าคะแนนจากคณะผู้เลือกตั้งก็คือในสิ่งที่เราพูดถึงกันอยู่ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นขั้นตอนที่ยุ่งยากพอสมควรก็ตามแต่ต้องบอกเลยว่า มันก็ได้ถูกใช้ในอเมริกาทุกคนมีสิทธิ์ที่จะออกสิทธิ์ออกเสียง ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะอะไรหรืออาชีพใดก็ตาม

Electoral vote

คุณสมบัติของผู้สมัครประธานาธิบดี

อย่างว่าการจะเป็นประธานาธิบดีนะมันก็ไม่ง่ายต้องผ่านอะไรมาเยอะแยะมากมาย กว่าจะประสบความสำเร็จแล้วพอเป็นแล้วก็ต้องทำงานอย่างเต็มที่ทุ่มเท เพื่อประชาชนทุกคนเพื่อประเทศของตัวเองดังนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับประธานาธิบดีโดยรัฐธรรมนูญของอเมริกาได้กำหนดเอาไว้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าผู้สมัครนั้นจำเป็นจะต้องมีอายุ 35 ปีขึ้นไปและที่สำคัญจำเป็นจะต้องมีสัญชาติอเมริกันโดยกำเนิด หรือคุณจะมาสายอยู่ในสหรัฐอเมริกามาไม่ต่ำกว่า 14 ปีและไม่เคยเป็นประธานาธิบดีมาแล้ว 2 สมัย ซึ่งต้องบอกเลยว่าสำหรับผู้เข้าสมัครนั้นกูก็ควรที่จะดูตัวเองก่อนว่าตัวไหนนั้นเหมาะสำหรับเส้นทางนี้หรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่จะเป็นตัวเลือกนั้นเธอเป็นตัวแทนเพียงคนเดียวเท่านั้น

เรามาดูประเด็นสำคัญของการเลือกตั้งในรูปแบบอเมริกาก่อนดีกว่า เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วผู้เลือกตั้งนั้นไม่ว่าใครก็ต้องการที่จะ Winner Take All กันทั้งนั้นมันคือสิ่งที่ประสบความสำเร็จสูงสุด แต่การจะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นมันไม่ง่ายเลยโดยส่วนใหญ่แล้วผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงส่วนมากประชาชนไ ม่จะส่งเปิดสมัครต้องบอกก่อนว่าก็มีการเลือกตั้งที่ต้องบอกเลยว่าหลายครั้งเลยทีเดียวสำหรับ Popular vote ที่แพ้ให้กับคะแนนที่เราได้กล่าวถึงเพราะว่าเสียงส่วนใหญ่มาจาการเลือกตั้งของประชาชนเลยถ้าอย่างไรก็ตามต้องบอกก่อนว่าการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกานั้นไม่ใช่การเลือกตั้งโดยตรงแต่จะให้ประชาชนเลือกผู้แทนขึ้นมาแล้วเพื่อที่จะไปเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีส่วนมากจะมาจากประชาชนในรัฐหนึ่งซึ่งแต่ละก็มีการเลือกการโหลดขึ้นมาเช่นเดียวกัน

วิธีการลงคะแนนเสียง

คือต้องบอกก่อนว่าการลงคะแนนเสียงมันก็ไม่แตกต่างจากบ้านเราสักเท่าไหร่นัก และวิธีการลงคะแนนเสียงของสหรัฐอเมริกานั้นจะไม่ใช้ปากกและกระดาษแล้ว ซึ่งต้องบอกหรือว่าเขาได้มีการพัฒนาระบบโดยเฉพาะปัจจุบันใช้คอมพิวเตอร์ และก็ยังมีกระดาษเอาไว้ระบายซื้อเพื่อนำไปสแกนเพื่อส่งอีก 1 ครั้งดังนั้นต้องบอกหรือว่าวิธีการในการเลือกตั้งของสหรัฐอเมริกานั้นมีความแตกต่างจากประเทศไทยโดยสิ้นเชิงด้วยเครื่องมือที่เรียกได้ว่าทันสมัยแทบจะทุกอย่าง โดยส่วนใหญ่แล้วพอเลือกตั้งก็มักจะมีการวางกลยุทธ์ในการหาเสียงอย่างแน่นอนไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเตรียมงาน 

การรับตำแหน่งประธานาธิบดี

ขอบอกเลยว่าคุณก็สามารถเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาได้ แต่คุณก็จำเป็นจะต้องมีความรู้ที่ก้าวก่ายและสร้างสรรค์เพราะอย่างไรก็ตาม การที่คุณจะขึ้นมาอยู่ในจุดที่เรียกว่าต่างชาติเพราะการที่จะรับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่นั้นในแต่ละปีจะมีการแต่งตั้งและรับในวันที่ 20 มกราคมของปีถัดไปซึ่งเอาง่ายๆว่าสำหรับประธานาธิบดีคนเก่ามันก็ต้องนั่งๆนอนๆรอเพื่อให้ครบวันที่ เสื้อก่อนและต้องบอกเลยว่ามันก็มีบทลงโทษอยู่เช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่สืบทอดจนหมดสมัยคือเป็นข้อบังคับที่ต้องบอกเลยว่าห้ามเลือกตั้งใหม่ไม่ว่าจะเป็นรองประธานาธิบดีหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ทำงานอยู่ภายในกระทรวงการต่างประเทศหรือทำงานอยู่ในแวดวงนั้นการสืบทอดตำแหน่งนั้นเป็นสิ่งที่จะถูกกล่าวโทษ